ขายตรง

Direct marketing หรือ การตลาดแบบตรง นั้น โดยโครงสร้างแล้ว เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดต้นทุนมากที่สุดเช่น การใช้อีเมล์ จดหมาย หรือ การใช้ใบปลิว แผ่นพับ เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากกว่าเครื่องมือทางการตลาดในแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การวางแผนที่รอบคอบนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพื่อให้ได้ผลตอบรับที่คุ้มค่ากับเงินลงทุน เพื่อให้ข้อมูลนั้นสามารถส่งผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง ไม่เกิดการสูญเปล่าที่ไม่จำเป็นกับผู้ที่ไม่ต้องการหรือกลุ่มเป้าหมายที่ผิด

 การตลาดแบบตรงนั้น คุณสามารถประเมินตัวชี้วัดได้โดยตรงโดยวิเคราะห์ได้จากค่าผลตอบรับจากลูกค้า สามารถใช้กลุ่มตัวอย่างในการวิเคราะห์วัดค่าก่อนที่จะลงมือทำการตลาดแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งกระบวนการตัวอย่างข้างต้นนั้น จะสามารถช่วยให้เราสามารถวางแผน ในการเพิ่มยอดขายจากลูกค้ากลุ่มเดิม สร้างฐานลูกค้าด้วยการคงความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ

 โดยรูปแบบหรือวิธีในการใช้การตลาดแบบตรงนั้น สามารถทำได้ในหลายลักษณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประเภทสื่อที่ต้องการจะส่งต่อให้กับลูกค้า และข้อมูลที่ต้องการจะทราบจากลูกค้า


จดหมายทางตรง

 Direct Mail หมายถึง การโฆษณารูปแบบหนึ่งที่ส่งไปรษณีย์โดยตรงและมีการระบุชื่อผู้รับตามที่อยู่นั้นๆ ซึ่งช่วยให้สามารถบอกรายละเอียดและข้อมูลสินค้ากับลูกค้าที่สนใจได้โดยตรง ถึงแม้ว่าหลายๆครั้ง ที่ลูกค้าอาจจะไม่เห็นถึงความสำคัญหรือเปิดดู แต่ด้วยการวางแผนและวิจัยมาก่อนในข้อมูลเบื้อต้นนั้น พบว่า ทั้งในรูปแบบธุรกิจ หรือการค้าปลีกแล้ว การใช้การตลาดในรูปแบบนี้ เกิดประสิทธิภาพมากเช่นกัน

 นอกจากนั้น การสื่อสารในรูปแบบนี้ ยังช่วยให้คุณสามารถแนบของตัวอย่าง คูปองทดลอง โบรชัวร์ หรือส่วนลด อีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้วิธีการนี้สำเร็จก็คือ การเลือกแคมเปญที่เหมาะสม รายชื่อลูกค้าที่ดี โดยสิ่งเหล่านี้ ล้วนเกิดจากการจัดการฐานข้อมูลของลูกค้า


การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

 การรักษาฐานลูกค้าเดิมนั้น เป็นหลักการสำคัญของการตลาด เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สามารถที่ใช้การลงทุนไม่มากเท่ากับการหาลูกค้าใหม่ ดังนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือฐานข้อมูลลูกค้าเดิม โดยการเริ่มจากข้อมูลติดต่อของลูกค้า หรือสิ่งที่ลูกค้าสนใจ และต้องการ เพื่อให้ช่วยให้การทำการตลาดของคุณนั้นเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ รวมถึง

  •   พฤติกรรมในการซื้อ เช่น เวลา ความถี่ในการซื้อสินค้า ระยะเวลาในการสั่งซื้อสินค้า
  •   ประเภทของการสั่งซื้อ ได้แก่ประเภท และปริมาณของสินค้าหรือบริการ และสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
  •   ยอดขายรวมในแต่ละปี รายละเอียดการชำระเงิน ส่วนต่างของยอดขายกับต้นทุนสินค้าขาย
  •   รายละเอียดการจัดจำหน่าย- รหัสไปรษณีย์ ประเภทพื้นที่ เช่นใน เมือง ปริมณฑล หรือต่างจังหวัด
  •   ข้อมูลบุคคล เช่น อายุ เพศ อาชีพ


 ด้วยการพัฒนาของ ซอฟแวร์ ในปัจจุบันนั้นมีส่วนช่วยให้คุณสามารถจำแนกประเภทของลูกค้าได้ตามความต้องการใช้งานที่เหมาะสม เช่น ลูกค้าในกลุ่มอายุ 18-25 ปี ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากร้าน
 อย่างไรก็ตามการปิดความลับของลูกค้านั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางอิเลคโทรนิค อีกทั้งข้อมูลของลูกค้านั้นก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโดยปกติแล้ว ไม่ควรเกิน 3 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานให้มากที่สุด


บริการ

  •   วางแผนโครงการ
  •   วางแผนงบประมาณ
  •   หากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  •   จัดทำสื่อที่เหมาะสม
  •   วางแผนจัดการการวางสื่อ


การขายตรง